-อังคาร 17 กรกฏาคม 2012-


หลังจากที่ ปีนกำแพง เบียดคน ณ กำแพงเมืองจีน จนเหน็ดเหนื่อยเป็นที่เรียบร้อย
ขณะทัวร์ของเราก็เดินทางออกจากกำแพงเมืองจีน ไปที่ร้านจิลเวอรี่ เพื่อทานอาหารกลางวัน
และช็อปปิ้งหยกเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งเอล่ากับเพื่อน ก็ซื้อหยกมาเหมือนกันนะ


เมื่อเพื่อนร่วมทัวร์ของเราทานอาหารกลางวันกันเสรจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะทัวร์ของเราก็เริ่มเช็คชื่อ และเริ่มออกเดินทาง
ซึ่งจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ Beijing Waxwork Palace of Ming Dynasty
หรือที่เรียกในภาษาไทยก็คงจะเป็น พระราชวังหุ่นขึ้ผึ้งราชวงศ์หมิงแห่งนครปักกิ่ง

สถานที่นี้ถือว่าดีมาก เพราะทำให้เรารู้ถึงประวัติศาสตร์จีน ความเป็นมา
และความเป็นอยู่ในช่วงของราชวงศ์หมิงที่ถือได้ว่าเป็นช่วงหนึ่งที่มีความเจริญรุ่งเรือง


พระราชวังหุ่นขึ้ผึ้งราชวงศ์หมิงแห่งนครปักกิ่ง เป็นอาคารชั้นเดียว
จัดแสดงประวัติและผลงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งราชวงศ์ นำโดย จูหยวนจาง
จนรุ่งเรืองและล่มสลายอย่างน่าเศร้า รวมทั้งสิ้น 26 ฉาก
แต่ละฉากมีขนาดสมจริงมีคำบรรยายให้ทราบความเป็นมา
เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
จึงนำเสนอภาพและคำบรรยาย แต่ละฉาก ดังนี้


ฉากที่ 1 จูหยวนจางสมัครเป็นทหาร

DSCN1761


จูหยวนจาง (Zhu Yuanzhang) กำพร้าบิดามารดา อาศัยวัดอยู่เติบโตแล้วบวชเป็นพระ
เจ้าอาวาสบอกว่าไม่ควรอยู่วัดควรอยู่สนามรบ ปี ค.ศ.1352
ไปสมัครเป็นทหารร่วมกับกองทัพของกบฎชาวนาที่เหาโจวโจว
มีกัวชือชิงเป็นหัวหน้า แต่งงานกับหม่าซื่อบุตรสาวบุญธรรมของกัวซือซิง ปี ค.ศ.1356
ได้เป็นหัวหน้ากบฏชาวนา ลำบากสู้รบนาน 12 ปีจึงปราบกลุ่มต่าง
ล้มราชวงศ์หยวน สถาปนาราชวงศ์หมิง เป็นจักรพรรดิหมิงไท่จู่


ฉากที่ 2 ปราบกลุ่มขบถ (Exterminating Powerful Rivals )


DSCN1764


ที่สมรภูมิทะเลสาบป๋อหยาง ในปี ค.ศ. 1363
ระหว่างจูหยวนจางกับหัวหน้ากบฏเฉิน ยิ่วเลี่ยง (Chen Youliang)
มีชัยในการรบเมื่อเฉิน ยิ่วเลี่ยงถูกฆ่าด้วยธนู


ฉากที่ 3 สถาปนาราชวงศ์ที่เมืองจินหลิง(นานจิง)

23 มกราคม ค.ศ.1368 สถาปราชวงศ์หมิงที่เมืองจินหลิงและปราบดาภิเษกเป็นหมิงไท่จู (Taizu)
ใช้ชื่อรัชศกประจำพระองค์(Reign Title)ว่า หงอู่ ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช
และส่งเสริมระบบศักดินา พัฒนาเศรษฐกิจจนรุ่งเรือง



ฉากที่ 4 ปกครองด้วยกฎเหล็ก (Rule with a Rod of Iron)  
  
หมิงไท่จู ปกครองด้วยกฎ “ต้าหมิง” และ “ต้าเค้า” เพื่อไม่ให้ข้าราชการใช้อำนาจกอบโกย
ได้มีการสร้างคุกไว้เป็นจำนวนมาก ในปี ค.ศ.1380 มหาบดีถูกกล่าวหาเป็นกบฏ
ทั้งครอบครัวและมิตรสหายถูกสังหารร่วมสามหมื่น ในปี ค.ศ. 1393 แม่ทัพใหญ่หลานอี้
ถูกกล่าวหาไม่ภักดีถูกสังหารพร้อมครอบครัวและญาติมิตรกว่าสองหมื่นคน

ฉากที่ 5 ตัดทอนอำนาจเจ้าเมืองชายแดน 

 DSCN1766

DSCN1769

จากปี ค.ศ. 1378 จักรพรรดิหมิงไท่จูให้ราชบุตรไปปกครองทั่วประเทศ
แต่งตั้งให้จูเจียนเหวิน (Zhu Yunwen) หลานซึ่งเป็นองค์ชายผู้ล่วงลับจูเพียว (Zhu Biao)
และได้ครองราชย์หลังจากหมิงไท่จูสวรรคตในปี ค.ศ.1398 นามว่าฮุ่ยตี้ (Huidi)
ใช้ชื่อรัชศกประจำพระองค์(Reign Title) ว่า เจี้ยนเหวิน (Jianwen)
ได้ร่วมมือกับขุนนางคู่ใจลดทอนอำนาจขององค์ชายต่าง ๆ ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1398
หลายคนถูกฆ่าและจำคุกเป็นการเริ่มต้นการเคลื่อนไหวกำจัดขุนนางกังฉิน

ฉากที่ 6 องค์ชายเอี๋ยนยึดอำนาจ (The Prince of Yan Seizes Power)



DSCN1772



เดือนมิถุนายน 1399 องค์ชายเอี้ยน(จูตี้) ออกมาต่อต้านแผนลดอำนาจองค์ชาย
ได้ยกกองกำลังเข้าเมืองนานจิงในเดือนสิงหาคม ปี 1402 และเข้าเมืองสำเร็จ
จักรพรรดิฮุ่ยตี้เผาตัวเองตายในตำหนักจูตี้ (Zhu Di) องค์ชายเอี้ยนขึ้นครองราชย์
เป็นจักรพรรดิเฉิงสู่ (Chengzu) ครองราชย์ ค.ศ. 1360-1424
ที่พระศพถูกฝังไว้ที่เขาจิงซาน กรุงปักกิ่ง



ฉากที่ 7 ยุคความรุ่งเรืองของหยงเล่อ (The Glorious age of Yongle)


DSCN1779


จักรพรรดิเฉิงสู่ (Chengzu) ไช้นามรัชศกว่า หยงเล่อ (Yongle) เป็นผู้ที่เข้มแข็งและเก่งกล้า ปรีชาสามารถ มีการตั้งที่ปรึกษาฮ่องเต้ มีการย้ายเมืองหลวงไปยังเป่ยผิง (Beiping) เพื่อการรณรงค์ต่อต้านพวกมองโกลทางเหนือ ด้วยการตั้งหน่วยงานดูแลทางเหนือและแนวชายแดน มีการส่งกองเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปยังมหาสมุทรอินเดีย ถึง 7 ครั้ง โดยการควบคุมบังคับการโดยเจิ้ง เหอ (Zheng He) เพื่อแสดงพลังอำนาจของจักรวรรดิ




ฉากที่ 8 ย้ายเมืองหลวงไปปักกิ่ง (The Capital Moves to Beijing)


DSCN1781


ศัตรูสำคัญของราชวงศ์หมิงคือเผ่ามองโกล ที่ตั้งมั่นอยู่ในทะเลทรายทางตอนเหนือ
เมืองหลวงนานจิงตั้งอยู่ห่างไกลขาดเอกภาพในการป้องกัน จักรพรรดิเฉิงสู่ตั้งชื่อรัชศกว่า หยงเล่อ
และเปลี่ยนนามเมือง เป่ยผิง เป็นเป่ยจิง (Beijing) และตัดสินใจย้ายเมืองหลวงไปที่เป่ยจิง (ปักกิ่ง)
ในปี 1406 การก่อสร้างพระราชวังเริ่มขึ้นในปี 1407 และเสร็จสิ้นในปี 1420 ใช้เวลารวม 13 ปี
การก่อสร้างได้ขยายและเพิ่มเติมแบบอย่างที่มาจากราชวงศ์หยวนโบราณ
มีการขุดคลองเสร็จสิ้นการขนส่งมีความปลอดภัยและราบเรียบดีแล้ว
จึงมีการย้ายเมืองหลวงหลังจากที่จักรพรรดิเฉิงสู่ได้กระทำพิธีบวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน
ที่หอบวงสรวงฟ้าดินแล้ว นับจากนั้นเป็นต้นมาเป่ยจิงก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง
การทหาร เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของจีน
 



ฉากที่ 9 จักรพรรดิผู้มีเมตตา (A Benevolent and Filial Emperor)


DSCN1783


จู เกาชื่อ (Zhu Gaochi) โอรสองค์แรกของจักรพรรดิเฉิงสู่
ครองราชย์เป็นจักรพรรดิเหยินจง (Renzong 1377-1425)
ในระหว่างที่มีเหตุการณ์เคลื่อนไหวกำจัดขุนนางกังฉินนั้นเขาก็มีกำลังจำนวนเพียง 1 หมื่นคน
ในการรับมือกับกองทัพจำนวน 5 แสนของหลี่ จิงหลงเพื่อปกป้องเมืองหลวง
ได้รับแต่งตั้งเป็นรัชทายาทในปี 1405 ครองราชย์ใช้นามรัชศกว่า หงชี (Hongxi)
ผู้มีเมตตาช่วยเหลือประชาชนผู้อดอยาก สิ้นพระชนม์ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน
พระศพถูกฝังไว้ที่สุสานราชวงศ์หมิงที่เมืองเฉียนหลิง




ฉากที่ 10 กบฏจู เกาสู (Zhu Gaoxu) - The Rebellion of Zhu Gaoxu



DSCN1785



จู จานจี (Zhu Zhanzi - 1399-1435) เป็นโอรสองค์แรกของจักรพรรดิเหยินจง
ขึ้นครองราชย์นามจักรพรรดิชวนชง (Xuanzong) ใช้นามรัชศกว่า ชวนเต๋อ (Xuande)
ในตอนต้นรัชกาลมีกบฏแต่ก็ไม่ได้ลงโทษ บ้านเมืองมีความมั่นคง
แต่ยังมีกบฏจูเกาสู เป็นองค์ชายชาวฮั่น จูเกาสู มีพลังกายที่เข้มแข็ง
สามารถยกอ่างสำริดนาดใหญ่คลุมตัวได้ ด้วยความกลัวพลังของเขา
จักรพรรดิชวนชงจึงสั่งให้เผาจูเกาสู ให้ตายในอ่างใบนั้น
มีเสียงร้องครวญครางในฉากที่แสดงด้วย



 


 

ฉากที่ 11 เหตุการณ์ที่ tumupu – The Tumupu Incident



ฤดูใบไม้ร่วง ปี 1449 อีเซิน (Esen) ผู้นำมองโกลเผ่าออยีแรต (Oirat) เข้าตีเมืองต้าถ่ง(Datong)
มณฑลซานซี สมัยจักรพรรดิหยิงจง(Yingzong) (หรือ จู ซีเจิ้น – Zhu Qizhen, 1427-1464)
อำนาจการสั่งการเป็นของขันทีหวางเจิน (Wang Zhen) ตัดสินใจจัดทัพเข้าต่อสู้ 5 แสนคน
ท่ามกลางการคัดค้านของขุนนาง เมื่อยกทัพไปถึงเมืองต้าถ่ง
หวางเจิ้นได้ชวนฮ่องเต้ไปเที่ยวชมเมืองเว่ยจู(Weizhou) บ้านเกิดของหวางเจิ้น
เพื่ออวดอำนาจและศักดา ให้กองทัพของออยีแรตก็สามารถเข้าทำลายกองทัพได้ที่ Tumupu
ขุนนางก่วงเย้ จางปู และจิงหยวนถูกฆ่าตาย และจักรพรรดิถูกจับเป็นเชลย
หวางเจินถูกค้อนตีจนตายโดยแม่ทัพฟานจง(Fan Zhong)
เหตุการณ์นี้แสดงถึงความเสื่อมถอยของราชวงศหมิง




ฉากที่ 12 ปกป้องปักกิ่ง (Defending Beijing)

 
หลังจากอีเซินจับตัวจักรพรรดิหยิงจงแล้วได้เคลื่อนทัพประชิดปักกิ่งในปี 1449  
 
ได้รับการต้อต้าน