-อังคาร 17 กรกฏาคม 2012-


DSCN1861


ในที่สุดวันเดย์ทริปของเราก็มาถึงที่สุดท้ายซะที (แอบเหนื่อยมาตั้งแต่เช้า)
ราคา 150 หยวนต่อคน สำหรับทัวร์นี้ก็ถึงว่าไม่เลวเลยทีเดียว
แต่ก็ไม่ได้ถือว่าดีมาก ถ้าเทียบกับราคาที่เสียไป แต่เอล่าก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร
ที่สุดท้ายที่เราจะไปของวันนี้ก็คือ สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง
หรือ สนามกีฬารังนก ซึ่งชื่อนี้จะเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
อาจจะเรียกเป็น Bird's nest stadium
หรืออาจเป็น สนามกีฬาโอลิมปิค
แต่ที่จีนเค้าเรียกกันว่า 北京国家体育馆 (Běijīng guójiā tǐyùguǎn)
สำหรับชื่อจีนนี้ไม่แน่ใจ เอล่าจำไม่ค่อยได้อ่ะ Foot in mouth แต่คิดว่าไม่น่าจะผิด


DSCN1828


พอเวลาประมาณ 17 นาฬิกา หลังจากที่ไปเที่ยวพระราชวังหุ่นขึ้ผึ้งราชวงศ์หมิงแห่งนครปักกิ่ง เสร็จ
คณะทัวร์ของเราก็ตรงมาที่สนามกีฬารังนกเลย พอมาถึงก็ประกาศให้กับลูกทัวร์ได้ทราบว่า
"เราจะทิ้งท่านไว้ ณ จุดนี้ แล้วหาทางกลับบ้านกันเองนะ"
จุดที่ทัวร์เอามาปล่อยก็เป็นอย่างภาพด้านบนแหละค่ะ
เดินตรงไปเลี้ยวขวาก็จะเห็นสนามกีฬารังนกแล้ว
เอล่าก็แอบเคืองนะคะ ว่าทำไมไม่เอาเราไปส่งที่เดิม แต่ตรงนี้ก็มีสถานีรถไฟฟ้า
ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรที่จะหาทางกลับ ถ้าใครสนใจมาเที่ยวที่สนามกีฬารังนก เหมือนเอล่า
ก็นั่งรถไฟฟ้าสาย 8 เอ้าถี่จงซิน 奥体中心
เปลี่ยนหลายสายหน่อยสำหรับเอล่า แต่เอล่าคิดว่าค่ารถที่ปักกิ่งไม่แพง ถูกกว่าที่ซูโจวอีก
เอล่าอยากย้ายมาอยู่ปักกิ่งจัง แต่คนเยอะอ่ะ อึดอัด ตรงนี้นี่แหละที่ทำให้เปลี่ยนใจ Surprised


DSCN1830


ลงจากรถมาได้ก็มองไปทางขวามือก็จะเห็นสนามกีฬารังนกเลย
ไม่ไกลมาก อีกนิดเดียวเอง เอล่าดีใจมากเลยที่ได้มาที่นี่
เพราะเอล่าชอบดูหนังเรื่องคาราเต้ คิดส์ ที่เด็ก 2 คนพากันมาเล่นน้ำพุที่พุ่งจากพื้นที่นี่
แล้วก็ยังมีหวังฝูจิ่งอีกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องนี้
แต่วันนี้คงจบการเดินทางที่นี่แหละ เพราะเอล่าปวดขาเป็นที่สุด Tongue out


DSCN1835


พอเห็นหอคอยรูปทรงนาฬิกาทราย (คิดเอาเอง) ก็เดินเลี้ยวขวาไปเลย
เรามาถึงที่หมายของเราแล้ว สนามกีฬารังนก
เพื่อนๆของเอล่าก็แซวกันใหญ่เลยว่า ถ้าเป็นช่วงนี้เมื่อ 4 ปีที่แล้วก็ดีหนะสิ
เอล่าก็ได้เป็นส่ววนหนึ่งของผู้ชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกปี 2008
ที่ประเทศจีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน
ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่ช้าไปแค่ 4 ปีเอง ตอนนี้โอลิมปิกก็กำลังแข่งขันกันอยู่ที่ลอนดอน
ยังไงก็เอาใจช่วยทีมนักกีฬาไทยทุกๆๆท่านด้วยนะคะ

DSCN1843


น่าจะถึงแล้วหละ เพราะเห็นตึกที่เขียนว่า 国家体育馆 แล้ว
ที่นี่ก็ไม่ได้ดูใหม่เท่าไหร่แล้ว เพราะก็สร้างมาหลายปี แต่ที่นี่ก็มีการปรับปรุงอยู่เรื่อง
เพราะเอล่าก็เห็นโครงเหล็กวางเกรื่อนกราด มีคนงานก่อสร้างกำลังสร้างอะไรกันอยู่ตลอดทาง

DSCN1845


ใกล้เข้าไปทุกทีแล้ว สวยจังเลย ใหญ่มากด้วย ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่าจะใหญ่ขนาดนี้นะเนี่ย
นักท่องเที่ยวก็ค่อยข้างเยอะ บางคนก็มาเล่นว่าวกัน อยากเล่นบ้าง
แต่ไม่มีใครสนใจเล่นเป็นเพื่อน สรุปก็ได้แต่ดูคนอื่น ดูเด็ก ๆ เล่นไปก่อน

DSCN1856


สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่ง หรือสนามกีฬารังนกนี้ เป็นสนามกีฬาที่ใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิด
และพิธีปิดของมหกรรมกีฬาโอลิมปิคในปี ค.ศ. 2008 ณ กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน
ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันของมหกรรมกีฬาโอลิมปิคนั้น
เป็นสิ่งที่คนจีนหรือเรียกว่าคนเชื้อสายจีนทุกคนไฝ่ฝันมานานแล้ว
เมื่อได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพแล้ว แน่นอนรัฐบาลจีนซึ่งน่าจะได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลที่รวยที่สุดในโลก
ก็ย่อมจะต้องตระหนักถึงความสำคัญในการจัดงานมหกรรมกีฬาครั้งนี้
จึงมีการทุ่มทุนจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อให้งานนี้ออกมาดี และไม่ให้น้อยหน้าฝรั่งมังค่า
มีการปรับปรุงโฉมหน้าของกรุงปักกิ่งอย่างมโหฬาร สนามกีฬาที่ใช้ในการแข่งขันก็ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด


DSCN1875


สนามกีฬาโอลิมปิคปักกิ่งหรือที่เราเรียกกันตามรูปทรงของมันที่ดูคล้ายรังนกนั้น
ว่าเป็นสนามกีฬารังนก ออกแบบโดยวิสวกรชาวสวิตส์ HERZOG & DE MEURON
ซึ่งต้องการที่จะมีช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ สามารถจุผู้ชมได้ 91,000 ที่นั่ง
ถือได้ว่าเป็นสนามกีฬายุคใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบันเลยก็ว่าได้
สนามกีฬาแห่งนี้ มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ รังนก ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทา ราวกิ่งไม้
ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงเป็นชามสีแดง
ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามในปักกิ่ง ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง
ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทา ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก
สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย
ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ


DSCN1858


และด้านบนที่เห็นอยู่นี้ก็คือ Water Cube ซึ่งก็คือสระว่ายน้ำแห่งชาติปักกิ่ง
สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นเพื่อรองรับกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี 2008 เช่นเดียวกับสนามกีฬารังนก
รูปร่างหน้าตาดูเหมือนก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดมหึมา โดยใช้วัสดุอย่างเทฟลอนเป็นโครงสร้าง
เน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลักเพื่อนำมาใช้กับเครื่องกรองน้ำเสียในสระ
ส่วนน้ำที่ใช้สำหรับการแข่งขันจะถูกเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำที่อยู่ใต้ดิน
ส่วนผนังอาคารที่ดูคล้ายกับฟองน้ำเคลื่อนไหว (soap bubbles) นั้น
เกิดขึ้นด้วยหลักฟิสิกส์ที่ช่วยต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้อีกด้วย
เป็นผลงานการออกแบบของ PTW และ Ove Arup


DSCN1859


ตึกที่อยู่ด้านข้างของ Water Cube ก็เป็นตึกของ IBM ที่ถูกออกแบบมาอย่างโดดเด่นอีกเช่นกัน
เพื่อนของเอล่าบอกว่าตึกนี้ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับมังกร
โดยส่วนที่เป็นตึก IBM เป็นส่วนหัวของมังกร แต่รูปด้านบนยังเห็นไม่ชัดเท่าไหร่
มองไม่เห็นจะเป็นมังกรตรงไหนเลย หรือเอล่าไม่มีศิลปะ
แต่ต้องเดินออกมาดูอีกมุมหนึ่งถึงจะเห็นชัด และรู้เลยว่ามันเป็นมังกรจริง ๆ

DSCN1889


เห็นไหมหละคะว่ามันเหมือนมังกรจริง ๆ เป็นมังกรที่ลำตัวยาวเหมือนกันนะเนี่ย
คนจีนนี่ก็เข้าใจคิดเนอะ ชอบตึกแนวนี้มากๆ
ถ้าเป็นที่ไทย เอล่าชอบตึกช้าง ชอบมากเลย
จนเคยแอบคิดว่าอยากไปอยู่บนตึกช้างด้วยแหละ
 

DSCN1860

พอเริ่มเย็นคนก็เริ่มเยอะขึ้น เพราะอากาศจะเริ่มเย็นลงและก็ไม่ร้อนเหมือนตอนกลางวัน
อีกอย่างที่นี่ตอนกลางคืนสวยกว่าตอนกลางวันโดยเฉพาะส่วนที่เป็น Water Cube
แต่เอล่าไม่มีโอกาสได้ดู เพราะที่พักไกล เดี๋ยวรถเมล์หมด
อีกอย่างตึกห้องพักจะปิดห้าทุ่มด้วย ก็ต้องรีบกันหน่อย ไม่ได้เข้าดูด้านในของทั้งสองที่ด้วย
รู้สึกเสียดายนิด ๆ แต่เพื่อนก็บอกว่าในนั้นไม่มีอะไร เรารีบกลับไปหาอะไรกินดี ๆ ดีกว่า
พอมีเรื่องของกินดี ๆ เข้าหูก็รีบตกลงทันที "กลับก็ได้" Embarassed



DSCN1887


ระหว่างทางเดินกลับก็เจอกลุ่มคนตัวสีทอง ด้านหน้า Water Cube
เด็กก็เข้าไปถ่ายรูปกันเต็มเลย และคนในรูปด้านขวามือก็ชวนเอล่าเข้าไปถ่าย
เห็นว่าเราเป็นเด็กอย่างนั้นหละมั้ง แต่เอล่าก็สั่นหัว แล้วก็ขอถ่ายพวกเขาอย่างเดียวแล้วกัน
เอล่า กลัวอ่ะ Sealed กลัวไม่เข้าเรื่องเลยเรา

DSCN1904


สุดท้ายและท้ายสุดของวันนี้ก็จบลงด้วยภาพนี้
มุมนี้จะมองเห็นทั้งสนามกีฬาแห่งชาติ และสระว่ายน้ำแห่งชาติ พร้อมกันเลย
เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่และสวยงามทั้งคู่ กินกันไม่ลงเลย
เห็นแบบนี้ก็อดปลื้มแทนคนจีนไม่ได้เนอะ เป็นหน้าเป็นเป็นตาให้ต่างชาติที่มาชมโอลิมปิกมากๆ
ไม่แพ้ชาวตะวันตกเลย เห็นแบบนี้แล้วเอล่าก็อยากให้มีโลิมปิกที่ไทยบ้าง
ฮ่าๆๆๆๆ