-พฤหัสบดี 19 กรกฏาคม 2012-

วันนี้ก็เป็นวันที่ 4 ของทริปแบกเป้เที่ยวปักกิ่งแล้ว รู้สึกเศร้าใจเหมือนกัน
เพราะเราต้องจากกับเพื่อนแล้ว เพื่อนของเอล่าคนนี้รู้จักกันมาประมาณ 3 ปี
โดยที่เราก็ไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ กันมาก่อน เคยเห็นแต่ในกล้องเวปแคม
แต่พอมาเจอกันจริง ๆ แล้ว ก็รู้สึกว่าสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม
นี่แหละนะที่เรียกว่ามิตรภาพไร้พรมแดน รู้จักกันก่อนที่เอล่าจะพูดจีนได้เสียอีก
และที่เศร้ามากก็ คือ เอล่าใกล้จะกลับบ้านแล้ว อีกไม่กี่เดือนเอล่าก็จะหมดสัญญากับบริษัท
เราก็ต้องกลับบ้านแล้ว คงอีกนานเลยที่จะได้กลับมาเจอกับเพื่อน ๆ ที่จีนอีก
แต่เดี๋ยวนี้มี Social Network ก็เลยยังสามารถติดต่อกันได้แม้ตัวจะห่างไกลก็ตาม
แต่ตอนที่อยู่ไทยก็โทรศัพท์มาหาเพื่อน ๆ ที่จีนบ่อย ๆ เพราะเอล่าใช้ Dtac
แค่กด 004 + รหัสประเทศ + เบอร์โทรศัพท์
นาทีละแค่ 3 บาทเอง แม่ของเอล่าก็ใช้บริการนี้เหมือนกัน
ไม่ขาดการติดต่อ แม้จะอยู่ต่างประเทศก็ตาม
 

แล้ววันนี้เอล่าก็มาแถว ๆ ย่านจัตุรัสเทียนอันเหมินเป็นครั้งที่ 3 แล้ว
แต่ในวันนี้เราจะไปในส่วนของ พระราชวังต้องห้ามกู้กง
ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของซุ้มประตเทียนอันเหมิน หรืออาจจะไปเข้าอีกทางก็ได้
เอล่ากับเพื่อน เลือกเข้าทางด้านหลังของกู้กงเลย โดยไม่ผ่านไปทางจัตุรัสเทียนอันเหมิน
 พระราชวังต้องห้ามกู้กง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่มาก
ยอมรับเลยค่ะว่าเดินได้ไม่หมดทุกส่วน ทุกตำหนัก แถมยังหลงอีกด้วย
ไม่รู้ว่าตรงนี้เดินไปแล้วหรือยัง พอจะหาทางออก ก็ดันเดินวนกลับมาที่เดิม
 

DSCN2075ทางเข้าพระราชวังต้องห้ามกู้กง


ทางด้านหน้าพระตำหนักมีบริการห้องน้ำสาธารณะด้วย


DSCN2074
ถ้ามองไปที่ฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นวัดที่อยู่บนยอดเขา

ก่อนที่เราจะเข้าไปเที่ยวชมพระราชวังนั้น เราก็ต้องมีการซื้อตั๋วผ่านประตูก่อน
ซึ่งมันก็มีเรื่อง ฮาๆๆ เกิดขึ้นกับเรา เพราะว่าเรา 2 ได้ตั๋วนักเรียนทั้งคู่ โดยที่เอล่าไม่ได้มีบัตรนักเรียน
เรื่องมันก็มีอยู่ว่าเพื่อนของเอล่ามีบัตรนักเรียน แล้วเค้าก็ให้เอล่ามา แล้วก็บอกว่าไปซื้อตั่วให้หน่อย
แต่เอาแค่ใบเดียวก่อนนะ อย่าเพิ่งซื้อของตัวเอล่าเอง
เอล่า ก็เลยไปต่อแถวซื้อตั๋ว พอถึงคิว เอล่าก็ยื่นบัตรนักเรียนให้พนักงานดู
พนักงานก็บอกว่าไม่ใช่บัตรของเอล่านี่ เอล่าก็เลยบอกว่า
"เพื่อนฝากซื้อค่ะ เพราะเพื่อนกำลังซื้อของอยู่ทางด้านนู้น"
แล้วเอล่าก็เรียกเพื่อนให้รับรู้และหันมามอง พนักงานก็เลยออกตั๋วให้
พอเอล่าได้ตั๋วมาแล้ว เพื่อนของเอล่าก็เอาบัตรนักเรียนไปซื้อตั๋วอีกใบหนึ่ง
ซึ่งไปต่อแถวอีกช่องหนึ่ง แล้วก็บอกพนักงานว่าซื้อให้กับตัวเอง
ฮ่าๆๆ สรุปแล้วเราก็ได้ตั๋วในราคา 20 หยวนมา 2 ใบ ทั้ง ๆ ที่ราคาตั๋วทั่วไปคือ 60 หยวน
อย่างนี้เค้าเรียกว่าขี้โกงชัด ๆ เป็นคนโกหกไปได้อย่างไร แต่เอล่าก็ไม่รู้ว่าเพื่อนจะทำอย่างนี้


DSCN1905
และนี่ก็คือตั๋วนักเรียน 学生票 ที่เราได้มาจากกลโกงเล็กน้อย Foot in mouth


ถ้าเข้ามาจากประตูทางด้านทิศเหนือของกู้กง เราก็จะเจอสวนยวู่ฮวาหยวนก่อน
หรือที่เรียกว่า Imperial Garden ซึ่งเป็นอุทยานหลวงของฮ่องเต้ พระมเหสี และเหล่าสนม


DSCN2000


ถ้าเพื่อน ๆ ได้เดินเที่ยวชมตั้งแต่สว่นพระตำหนักมา
จะสังเกตได้ว่าตลอดระยะเวลาที่เดินอยู่ในพระราชวังหลวงมาจะไม่ได้เห็นต้นไม้สักต้น
อาจจะเป็นเพราะในเขตพระราชฐานจะปล่อยให้มีอะไรมาอยู่เหนือโอรสแห่งสวรรค์อย่างฮ่องเต้นั้นคงไม่ได้
หมู่ต้นไม้จึงต้องถูกจับมาอยู่ในส่วนที่เป็นอุทยานหลวง หรือสวนยวู่ฮวาหยวนแห่งนี้

นี่คือแผนที่บางส่วนของพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้ มันใหญ่มากจริงๆๆ

DSCN2009


ยวี่ฮวาหยวน Yuhuayuan มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.1963 ซึ่งเป็นปีที่ 18 ในรัชสมัยของฮ่องเต้หย่งเล่อ
แห่งราชวงศ์หมิง เมื่อราชวงศ์ชิงขึ้นมาเป็นใหญ่ก็มีการเปลี่ยนแปลงจัดทำอุทยานกันขึ้นใหม่
แต่สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ในอุทยาน ส่วนใหญ่จะเป็นของเก่าที่สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง
ในรัชสมัยของฮ่องเต้เจียจิ้ง และฮ่องเต้หว่านหลี่ (ประมาณช่วงปี พ.ศ.2064 – พ.ศ.2163)



ดูเอาจากตำแหน่งที่ตั้งของอุทยานแล้ว สมัยนั้นก็เลยเรียกชื่อกันตรง ๆ ลงไปเลยว่า
กงโห่วหยวน Gonghoayuan ที่หมายถึง สวนที่อยู่ด้านหลังพระราชวัง
ราชวงศ์ชิงมาเปลี่ยนเป็นชื่อที่ใช้เรียกอยู่ในปัจจุบันว่า ยวี่ฮวาหยวน ซึ่งมีความหมายถึง อุทยานหลวง



ในอุทยานจะมีต้นสน ต้นไซปรัส (Cypress) และต้นวิสทีเรียจีน (Chinese Wisteria หรือ Wistaria)
เอล่าก็ไม่รู้ว่าที่ไทยเค้าเรียกว่าอย่างไร แต่ที่เคยเห็นดอกจะออกเป็นพวงสีม่วง ๆ
ซึ่งต้นไม้ที่นี่นั้น ล้วนแล้วแต่มีอายุยาวนานหลายร้อยปี บางต้นก็อาจจะอยู่มาตั้งแต่ก่อนสร้างสวนขึ้น



เห็นผู้หญิงชุดดำคนนั้นไหม กำลังกระโดด ๆ ขึ้นไปนั่นหนะ ฮ่าๆๆ เอล่าเองแหละ
ที่นี่คือ ว่านชรุ่นถิง Wanchunting หรือศาลาหมื่นฤดูใบไม้ผลิ
เป็นศาลารูปสี่เหลียมจตุรัส มีระเบียงหินอ่อนทั้งสี่ด้าน



พื้นที่ของอุทยานหลวงมีความกว้างประมาณ 130 เมตร แต่มีความลึกเพียง 90 เมตร
กินเนื้อที่เกือบ 12,000 ตร.ม. ถือว่าเป็นอุทยานที่มีอยู่มานาน
และมีพื้นที่มากที่สุดในบรรดาอุทยานอื่น ๆ ของพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้