-พฤหัสบดี 19 กรกฏาคม 2012-

หลังจากที่หาทางออกจาก อุทยานหลวงยวี่ฮวาหยวน เพื่อจะเข้ามาในส่วนของพระตำหนักได้แล้ว
เอล่าก็เดินต่อมาตามทางเรื่อย ๆ เพราะอย่างที่บอกว่า พระราชวังต้องห้ามกู้กง นั้นใหญ่มาก
เดินทั้งวันก็ยังเดินไม่หมดเลย บางคนก็มีแผนที่อิเล็กทรอนิคส์แขนไว้ที่คอ
เพื่อจะได้รู้ว่าเราเดินไปถึงไหนแล้ว แต่เอล่าไม่มีอ่ะ ไม่รู้ว่าเค้าไปเอามาจากไหนกัน
คนที่มีแผนที่อิเล็กทรอนิคส์นั้น ส่วนใหญ่ก็มากับขณะทัวร์ หัวหน้าทัวร์คงจะแจกไว้
เพราะกลัวลูกทัวร์ของตัวเองหลง แล้วจะตามหาตัวยากมาก

DSCN1921


เอล่ากับเพื่อน ก็เลยตัดสินใจเดินออกมาให้ถึงทางเข้าด้านหน้า (ประตูที่เข้าจากด้านเทียนอันเหมิน)
แล้วเริ่มเดินใหม่หมด เพราะว่างงกับทิศ แล้วก็ไม่ไหวที่จะเดินหลงอีกต่อไป
กว่าจะเดินมาถึงจุดเริ่มต้นทางด้านหน้าได้ก็ทำเอาหน้ามืดได้เลยเหมือนกัน


DSCN1906


ตอนนี้ก็เป็นช่วงบ่าย ๆ แล้ว ประมาณบ่าย 2 โมงเย็น อากาศร้อนมาก ถึงมากที่สุด
ต้นไม้ในส่วนพระตำหนักไม่มีเลยแม้แต่ต้นเดียว
ไอศกรีมขายดีมาก แท่งละ 1 หยวน เอล่าก็ซื้อกินเหมือนกัน แต่อิจฉาคนในรูป
มีป้อนกันด้วยนะ เราไม่มีมั่งให้มันรู้ไป อยากจะมีอย่างเขา แต่ไม่หาก็คงจะมีหรอก

DSCN1908


จากที่ได้ศึกษามานั้น สถานที่ตั้งของพระราชวังโบราณแห่งนี้ หรือพระราชวังต้องห้ามกู้กง
แต่เดิมนั้นก็คือ พระราชวังหลวงของราชวงศ์หยวนแห่งมองโกล
ซึ่งต่อมาเมื่อราชวงศ์หยวนล่มสลายลงแล้ว ก็ได้มีราชวงศ์หมิงขึ้นมาแทนที่
 จักรพรรดิพระองค์แรกของราชวงศ์หมิง ก็คือ จักรพรรดิหงอู่
พระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงจากปักกิ่งไปนานกิง หรือที่เอล่ารู้มาก็คือ หนานจิง ในปัจจุบัน


DSCN1922


และจักรพรรดิหงอู่ ก็ทรงดำริให้รื้อถอนพระราชวังออก แต่ก็ไม่รู้ว่ารื้อออกทั้งหมดหรือไม่
แต่ถ้ารื้อออกไปหมดก็คงเหนื่อยแย่ เพราะมันใหญ่
และก็มีพระตำหนักเยอะมาก มากกว่า 20 พระตำหนัก
แต่ต่อมาเมื่อพระราชโอรสของพระองค์ หรือ จักรพรรดิหย่งเล่อ ได้ขึ้นครองราชย์
พระองค์ก็ได้ย้ายเมืองหลวงกลับปักกิ่งดั่งเดิม
และทรงสั่งให้ก่อสร้างพระราชวังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 1949
ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้
(จะย้ายไปย้ายมาทำไม เอล่าละเหนื่อยแทน อยู่ปักกิ่งตั้งแต่แรกก็น่าจะดีอยู่แล้ว ไม่ใช่หรอ Laughing)


DSCN1936


ต่อมาในปี พ.ศ. 2187 ได้เกิดการจลาจลขึ้นทำให้พระราชวังสมัยราชวงศหมิงเสียหายไป
และเมื่อราชวงศ์ชิงขึ้นครองอำนาจต่อจากราชวงศ์หมิง
ทางราชวงศ์ชิงก็ได้ก่อสร้างสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งสร้างใหม่บนฐานสิ่งก่อสร้างเดิม
ทำให้พระราชวังกลายมาเป็นจุดศูนย์กลางอำนาจของจีนอีกครั้งหนึ่ง
และยิ่งใหญ่เรื่อยมาจนถึงการล่มสลายของราชวงศ์ชิง และได้มีการเปลี่ยนมาเป็นระบอบสาธารณรัฐ


DSCN1935


พระราชวังต้องห้าม จากชื่อภาษาจีน แปลตามตัวอักษรได้ว่า "เมืองต้องห้ามสีม่วง"
แล้วทำไมต้องสีม่วง ใครรู้ช่วยตอบเอล่าที Laughing....
พระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ใจกลางของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีน
เป็นพระราชวังหลวงมาตั้งแต่สมัยกลางราชวงศ์หมิงจนถึงราชวงศ์ชิง


DSCN1938


พระราชวังต้องห้ามยังรู้จักกันในนาม พิพิธภัณฑ์พระราชวัง ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร
อาคาร 800 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์
ใช้ระยะก่อสร้างประมาณ 14 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1949 จนถึง พ.ศ. 1963


และนี่ก็คือ ของที่อยู่ใน พิพิธภัณฑ์พระราชวัง บางส่วนที่เอล่าได้เก็บรูปมา


DSCN1982


DSCN1983


DSCN1994


DSCN1997


DSCN1995


DSCN1996


DSCN1986


อย่างที่รู้ ๆ กันว่าพระราชวังต้องห้ามตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจัตุรัสเทียนอันเหมิน
นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่พระราชวังต้องห้ามได้ทางจตุรัสนี้ ผ่านประตูเทียนอันเหมิน
บริเวณรอบจตุรัสเทียนอันเหมิน เรียกว่า อาณาเขตหลวง
โดยมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่โดยรอบ เช่น มหาศาลาประชาคม หอพระสมุด ห้องหับต่างๆอีกมาก
รวมทั้งยังมีสวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อมกันโดยตลอด


DSCN1969


ในอดีตภายในเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ โดยมีสนมกำนัล ขันที และข้าหลวงรับใช้
ซึ่งคนเหล่านี้ต้องอาศัยอยู่ในนครต้องห้ามตลอดชีวิต เพื่อความสำราญของจักรพรรดิ
ในวังจะมีวิเสท 6,000 คน ประกอบพระกระยาหาร มีสนมกำนัล 9,000 นาง ซึ่งมีขันที 70,000 คน
คอยดูแลให้ มีคำเล่าลือกันว่า พระนางซูสีไทเฮา เวลาเสวยก็จะมีพระกระยาหารถึง 148 ชุด
และทรงส่งขันทีไปเสาะหาชายหนุ่มซึ่งเข้าวังแล้วจะไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย


DSCN1978


แม้ว่าประเทศจีนจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้ว พระราชวังต้องห้ามก็ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน
และภาพประตูเทียนอันเหมินก็ยังปรากฏอยู่ในตราประจำสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย
นอกจากนี้ พระราชวังต้องห้ามยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ซึ่งไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลจีนได้มีนโยบายจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว
เพื่อจะอนุรักษ์สภาพของอาคารและสวนหย่อมไว้

DSCN1943


ยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้ามร่วมกับพระราชวังเสิ่นหยางเป็นหนึ่งในมรดกโลกในนาม
พระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงในปักกิ่งและเสิ่นหยาง เมื่อ พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987)


DSCN1942


พระราชวังต้องห้ามเป็นที่รู้จักในหลากหลายชื่อ ในภาษาจีนนั้น
ชาวจีนจะเรียกพระราชวังต้องห้ามว่า กู้กง ซึ่งแปลว่า พระราชวังเก่า
นอกจากนี้ คำนี้ยังใช้เรียกพระราชวังเก่าตามเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศจีนด้วย


DSCN1953


DSCN1954


บันไดทุกขั้น ถูกแกะสลักอย่างสวยงาม แต่ละขั่นก็จะมีลายไม่เหมือนกัน
และคิดดูสิว่าคนออกแบบ ต้องออกแบบบันไดกี่แบบ ถึงจะพอ
ลายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของที่นี่เยอะมาก
ถ้าสังเกตแล้วจะพบว่าที่นี่เป็น